เป้าหมายของเรา
ตารางเปรียบเทียบช่วงวันเกิดที่มีสิทธิสมัครเข้าสอบของโรงเรียนสาธิต
สาธิตแห่งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
| ปี พ.ศ. ที่สอบ |
วันเริ่มต้น |
วันสุดท้าย |
| 2555 |
15 ธันวาคม 2548 |
15 ธันวาคม 2549 |
| 2556 |
15 ธันวาคม 2549 |
15 ธันวาคม 2550 |
| 2557 |
15 ธันวาคม 2550 |
15 ธันวาคม 2551 |
โรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
| ปี พ.ศ. ที่สอบ |
วันเริ่มต้น |
วันสุดท้าย |
| 2555 |
1 ธันวาคม 2548 |
30 พฤศจิกายน 2549 |
| 2556 |
1 ธันวาคม 2549 |
30 พฤศจิกายน 2550 |
| 2557 |
1 ธันวาคม 2550 |
30 พฤศจิกายน 2551 |
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร
| ปี พ.ศ. ที่สอบ |
วันเริ่มต้น |
วันสุดท้าย |
| 2555 |
1 มิถุนายน 2549 |
31 พฤษภาคม 2550 |
| 2556 |
1 มิถุนายน 2550 |
31 พฤษภาคม 2551 |
| 2557 |
1 มิถุนายน 2551 |
31 พฤษภาคม 2552 |
โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยรามคำแหง
| ปี พ.ศ. ที่สอบ |
วันเริ่มต้น |
วันสุดท้าย |
| 2555 |
1 มิถุนายน 2548 |
30 พฤษภาคม 2549 |
| 2556 |
1 มิถุนายน 2549 |
30 พฤษภาคม 2550 |
| 2557 |
1 มิถุนายน 2550 |
31 พฤษภาคม 2551 |
|
สอนลูกอย่างไรดี
เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าการสอบสาธิตต้องเตรียมตัวกันเป็นปี ควรตั้งเป้าหมายว่าจะให้ลูกสอบที่สาธิตไหนเพราะในแต่ละสาธิตจะมีแนวการสอบหรือวิชาที่เน้นแตกต่างกันไป ดังนั้นควรปูพื้นฐานกันตั้งแต่อนุบาล 1 จนถึงอนุบาล 3 เลย มีแนวทางที่ คุณพ่อ คุณแม่ หลายๆ ท่านได้ใช้มาแล้วและได้ผล ทางทีมงานจึงขอสรุปมาพอเป็นแนว ซึ่งคุณพ่อ คุณแม่ คงจะต้องปรับใช้ให้เหมาะกับน้องๆ แต่ละคน และที่สำคัญต้องตรวจสอบปี พ.ศ. ที่น้องเกิดว่าจะต้องสอบในปี พ.ศ. ใด จะทำให้ทราบว่าน้องเรียนอยู่ในระดับอนุบาลไหนจะได้เตรียมความพร้อมให้น้องถูก
อนุบาล 1
- ใช้กล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ของร่างกาย กิจกรรมที่ดีก็ควรเป็นการวาดรูป ระบายสีภาพต่างๆ
- การสร้างพัฒนาการทางด้านอารมณ์และจิตใจ โดยใช้กิจกรรมการเคลื่อนไหวประกอบจังหวะเสียงเพลง การร้องเพลง จะช่วยในเรื่องการสร้างสมาธิได้ดีและจะทำให้เด็กนิ่งได้
- การเล่นที่มีส่วนส่งเสริมทักษะทางด้านการคิดแก้ปัญหาต่างๆ เช่นตัวต่อ จิกซอร์ คานช่างน้ำหนัก หรือของเล่นอื่นๆ ที่มีการผลิตมาขายใหม่ที่จะส่งเสริมเรื่องนี้ได้ดี
- การทำแบบฝึกหัดง่ายๆ ที่เหมาะสมกับเด็กอนุบาล 1 ก่อน เช่น จับคู่ภาพ ภาพเหมือน ภาพแตกต่าง การเปรียบเทียบมาก น้อย ถ้าทำได้ดี จึงเพิ่มความยากขึ้นไปอีก แต่ควรจะเหมาะกับวัยเพราะถ้าน้องทำได้น้องก็จะไม่เบื่อง่ายและควรพูดให้กำลังใจ ชมเชยตามความเหมาะสมจะทำให้น้องชอบทำแบบฝึกหัด
- อ่านนิทานให้ฟังทุกวัน จะเป็นการสร้างจินตนาการและสมาธิให้กับน้องๆ และที่สำคัญจะได้ทักษะของการฟัง ให้ตั้งคำถามง่ายๆ จากการฟังก่อนแล้วค่อยเพิ่มกระบวนการคิดวิเคราะห์เหตุการณ์ในเรื่องที่เล่า โดยช่วงแรกอาจจะบอกจุดที่จะต้องถามก่อนก็ได้เพื่อเป็นจุดสังเกต ไอสไตน์ ได้กล่าวไว้ว่าจินตนาการณ์สำคัญกว่าความรู้ จินตนาการณ์นี้สร้างได้จากการฟังนิทาน ยิ่งฟังมากเด็กก็จะฉลาด ยิ่งฟังซ้ำจะช่วยพัฒนาเซลสมองให้เชื่อมโยงกันมากขึ้น จะส่งผลต่อการเรียนรู้ของน้องๆ ในอนาคตได้ดี
- ฝึกการใช้เหตุผล ต้องรับฟังความคิดเห็นของน้องๆ ถึงจะยังไม่ถูกต้องเพราะสิ่งที่เราต้องการคือกระบวนการคิดด้วยเหตุผลของตัวน้องเอง ถ้ายังไม่ถูกเราค่อยๆปรับกระบวนการคิดของน้องๆ ให้ถูกต้องสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้น้องๆ คิดเป็นเมื่อพบสถานการณ์ต่างๆ ก็จะสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง
- การพาไปเที่ยวสวนสัตว์ พิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ หรือสถานที่ต่างๆ ช่วยเสริมสร้างความรู้และประการณ์ใหม่ๆ และกลับมาบ้านลองถามดูว่าวันนี้ไปที่ไหนมาบ้าง พบเห็นสิ่งใดบ้าง เป็นการพัฒนาความจำไปในตัว
- การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และครบถ้วนทั้งห้าหมู่ พักผ่อน ออกกำลังกายให้เพียงพอ จะทำให้ร่างกายแข็งแรง การเรียนรู้ก็จะไปได้ดี
- การพูดคุยเรื่องต่างๆ ที่น้องๆ ได้พบเห็นในชีวิตประจำวัน เรื่องที่โรงเรียน เรื่องเพื่อน เรื่องคุณครู การทานอาหาร จะช่วยให้น้องๆ สามารถเล่าเรื่องต่างๆ ช่วยพัฒนาทักษะการใช้ภาษาได้ดีขึ้นทุกวัน สิ่งเหล่านี้ควรทำให้เป็นกิจวัตรประจำวัน
อนุบาล 2-3